วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563

Celerio ใช้งานครบ 1 ปี ดีมากๆ

         ภาคินเป็นคนกรุงที่ใช้รถน้อยมากๆ วันธรรมดาจะใช้ มอเตอร์ไซด์ซะมากกว่า ส่วนในวันหยุดจะออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ หรือบางครั้งก็เก็บตัวอยู่กับบ้าน และด้วยเศรษฐกิจในยุคนี้ที่บีบรัดหัวใจเสียเหลือเกิน 

        อีกทั้งรถคันเก่าที่กู้เองผ่านเอง ได้รถมือสองมาเป็นรถ 12 ปี เกียร์ออโต้ ที่ราคาสูงกว่าชาวบ้าน แต่ในตอนนั้นคิดแค่เพียงว่าไม่อยากเป็นหนี้ก้อนใหญ่ เอารถมือสองนี่แร่ะ แต่พอมาคำนวณรวมๆ ค่าดำเนินการ ค่าตัวรถ และดอกเบี้ยแล้ว ตอนนี้ก็มานั่งนึกเสียดาย อีกทั้งในอาทิตย์แรกรถเก่าคันนั้นก็ออกแนวเกเรควันขาวกลบซอยไปตั้งแต่วันแรก ดีที่เต้นรถยังรับผิดชอบซ่อมให้ โดยเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่ม 2,000.- บาท ใช้เวลา 3 วัน แต่เราก็ใช้เงินเก็บทั้งหมดดาวน์รถคันนั้นไปแล้ว จึงขอต่อรองเหลือ 1,000.- บาท ซึ่งทางเต้นก็โอเค

        ในระหว่างการผ่อน 4 ปี ที่ใช้รถมือสอง จากที่คำนวณแล้วว่ายังไงก็เงินเหลือสบายๆ แต่ด้วยความที่รถเก่ายังไงมันก็ถึงเวลาของการบูรณะซ่อมแซม แน่นอนว่ารถมือสอง 10 ปีขึ้นไป น้อยคนมากที่จะเอารถเข้าศูนย์บริการ ภาคินก็เช่นกันที่มองหาอู่นอก เริ่มจาก หม้อน้ำรั่ว หาร้านดีก็ได้ถูกตัง ต่อด้วยหัวฉีด 4 หัวยกชุดที่ต้องเปลี่ยน และที่เจ็บใจที่สุดคือ เปลี่ยนผ้าเบรคดิสหน้า แบบธรรมดา 3,500.- บาท ซึ่งตอนหลังไปซื้อมาเปลี่ยนเองราคาไม่เกิน 800.- บาท แอร์เริ่มมีปัญหา ลูกปืนคอมแอร์ตาย สายพานขาด ไหนจะค่าเปลี่ยนยางใหม่ เริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ก็ผ่านมันไปได้ 

        นอกจากค่าซ่อมแล้ว ค่าน้ำมันนี่ตัวดีเลย เคยเอารถไปทำงานเส้นสุขุมวิท วันนั้นแก๊สหมดเลยวิ่งน้ำมันเพียวจาก อโศก-สุขุมวิท ปลายทางหน้าศาลอาญา หมดน้ำมันไป 3 ขีด เกือบ 400 บาท กับระยะทาง ไม่ถึง 15 กิโลเมตร แต่ถ้าวิ่งออกต่างจังหวัด ก็ยังวิ่งแก๊สพอได้อยู่ที่ประมาณกิโลละ 1.20-1.40 บาท

        ผ่านไป 7 ปี ถังแก๊สหมดอายุ กับกฎหมายออกใหม่ ตรวจแก๊สทุกปีก่อนต่อทะเบียน จาก 5 ปีครั้ง รายจ่ายเพิ่ม จาก 5 ปี ตรวจครั้งละ 500-700 บาท พอตรวจทุกปี ค่าตรวจแก๊สอัพเป็น 1,300-1,500.- บาท ตัดสินใจไปถอดถังแก๊ส วิ่งน้ำมันเอายกอุปกรณ์ให้ร้านแล้วจ่ายเพิ่มนิดหน่อย และไปทำเรื่องที่ขนส่ง วันเดียวเสร็จ 

        ถึงเวลาต้องเดินทางไกล ระยะทางไปกลับประมาณ 1,400 กิโล จากที่เคยจ่ายค่าแก๊ส 1,700-1,900.- บาท ต้องจ่ายค่าน้ำมันไป 3,600 เกือบ 4 พันบาท กลับบ้านครั้งนึงต้องเตรียมเก็บเงินวางแผนดีๆ เพราะเป็ยรายจ่ายที่สูงมากนี้ยังไม่รวมค่ากิน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก แค่กลับบ้านอย่างเดียว

        ปีที่ 8 สีเริ่มร่อนแตกลายงา แลคเกอร์หมดสภาพ และเครื่องเย็นเริ่มมีอาการกระตุกจะดับ เอามือก่ายหน้าผาก เอไงดีกับชีวิต ระหว่างนี้ก็เก็บเงินไว้ก้อนนึงเผื่อว่าต้องเปลี่ยนรถ คงไม่คุ้มค่าซ่อม

        ปีที่ 9 ตัดสินใจทักแชทเซลล์ผ่าน Facebook รถก็ไม่ได้ไปดูก่อน ดูแต่ในรีวิว 555 มีใครบ้าบอเหมือนผมไหม โดยดาวน์เจ้า Celerio GA MT ด้วยเงินดาวน์ 20% แถมได้ส่วนลดอีกต่างหาก ราคารถ พอๆ กับที่ผ่อนรถคันเก่าเลยแต่นี่ได้ป้ายแดง 

        ที่ตัดสินใจเลือกเป็นตัว MT ส่วนตัวแล้วเคยขับรถเกียร์กระปุกมาก่อน ในสมัยเรียน ผมขับ Mitsubishi L200 รุ่น ไซโคลน มาก่อน และช่วงวัยทำงานแรกๆ ยังมีโอกาสได้ขับ Renault R19 เกียร์ MT มาก่อน และหลังจากที่ได้ขับรถเกียร์ AT มาเกือบ 10 ปี รู้ตัวแต่วันแรกว่ามันอืดจริงๆ จังหวัดเร่งแซงต้องดูดีๆ แต่ก็เพราะเกียร์ AT ที่เปลี่ยนให้เป็นคนขับรถใจเย็นขึ้นเพราะว่ารถเราเก่าแซงใครเค้าไม่ไหว 555


         ในวันแรกที่รับรถก็วิ่งไปงานขาวดำ ที่สัตหีบ รู้เลยว่ากำลังเครื่องดีเลย ทุกอย่างใหม่หมด ถึงเราจะตัวใหญ่รถจะดูเล็ก แต่กำลังเหลือๆ แอร์รถใหม่ๆ มันเย็นมันหอมจริงๆ ฮ่าๆๆ ก็มีบ้างที่ลืมเปลี่ยนเกียร์เพราะขัย AT ซะจนชิน ค่อยๆ ปรับตัวไป พื้นฐานเรามีอยู่แล้วเดี๋ยวก็ชิน

        เมื่อจบงานขาวดำที่จะต้องขับกลับเข้ากรุงเทพ พอรถติดบนทางด่วนสักพักเท่านั้นแร่ะ ปวดเข่าจี๊ดขึ้นมาทันที สิ่งแรกที่คิดคือ "เราแก่แล้วรึนี่.." แต่เอ๊ะ น้าเราเค้าก็ยังขับ MT และก็เคนเห็นคุณยาย 4-5 คนขับรถเต่า MT แน่นอน คุณยายยังไหว แสดงว่าอายุไม่เกี่ยว ฮ่าๆๆๆ

        ขับครั้งแรกก็รู้ว่ามันประหยัดนะพอๆ กับแก๊สเลย มีบางคนเอาไปติดแก๊สยิ่งประหยัดเข้าไปอีก แต่ภาคินไม่ติดแก๊สนะน้อง Celerio แค่นี้ก็ประหยัดพอแล้ว และจากที่เคยใช้รถแก๊สมาก่อนระยะยาวมีปัญหาจริงๆ สังเกตุสมัยก่อนรถดัสสัน20-30 ปียังวิ่งกันสบายเพราะไม่ได้ใช้แก๊สภาคินคิดว่านะ ฮ่าๆๆ

        จากที่ใช้เองภาคินก็อยากแบ่งปัน เลยถ่ายเป็น VDO ทำช่อง YouTube Pakin Celerio ซะเลย จากที่เคยทำมาหลายช่องหลายแนวไม่มีคนดู ตอนแรกจะทำไว้เก็บวีดีโอ บันทึกการใช้รถของเราแค่นั้นเอง ทั้ง วิทยุ ก็ซื้อมาติดเอง ท้าวแขว ติดไฟเก๋งข้างหลัง เพื่อนๆ ได้เข้ามาดูกันแล้วก็ตัดสินใจกับไปว่าจะทำไหม โดยดูจากคลิปเราเป็นแนวทางได้ ไม่ต้องลองให้เสียเวลาเสียสตางค์ เสียของ

        ปกติแล้วภาคินกลางวันทำงาน จันทร์ -ศุกร์ เลิกงานกว่าจะถึงคอนโดก็มืดแล้วคุณภาพ VDO เลยไม่ค่อยดีมากเท่าไหร่  การแบ่งเวลาทำ YouTube ยากมาก แต่ตอนนี้เริ่มเข้าที่แล้วแต่ก็ได้รับการตอบรับจากเพื่อนๆ เป็นอย่างดี ภาคินรักทุกคนนะครับ ^_^

        เข้าเรื่องครับ หลังจากใช้งาน Celerio มาครบ 1 ปี ซึ่งมันก็มีค่าใช้จ่ายนะแต่บางรายการก็ถูกว่าอู่นอกอีกอย่างเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็ถูกกว่า แถมที่ศูนย์บริการเวลาเข้าไปจะกินอะไรก็หยิบได้เลย ทั้งคุกกี้ ขนม ลูกอม มาม่าคัพ กาฟสด น้ำอัดลม ซึ่งไม่มีคิดตังเพิ่ม งง สิครับภาคินพึ่งเคยมีรถป้ายแดงหนิ 555  โดยรายการค่าใช้จ่ายรถของภาคิน ก็มี.... ตามคลิปด้านล่างนี้นะครับ ... อิอิ 

           



นอกจากนี้ ยังสามารถ เข้าไปพูดคัยกัยได้ที่ Facebook Fanpage

https://www.facebook.com/PKCELERIO

#PKCelerio #ภาคินเซเล

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2563

Celerio ลุยฝน เสียงดังมากไหม

Celerio ลุยฝน เสียงดังมากไหม


เป็นคำถามที่หลายๆ คนสงสัยกันมากด้วยตัวถังที่บอบบางของ Celerio ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาขึ้น และประหยัดน้ำมันได้ถึง 25-29 กิโล/ลิตร จึงเป็นที่มาของการทดสอบเสียงของน้ำฝนที่กระทบตัวรถว่ามีความดังแค่ไหน ไปชมคลิปกันเลยครับ 


วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

Celerio คนตัวใหญ่ขึ้นได้ไหม๊

Celerio คนตัวใหญ่ขึ้นได้ไหม๊

จากกรณีที่หลายคนพูดกันมามากว่ารถเล็กๆ อย่าง Celerio คนตัวใหญ่ๆ รถจะมีอัตราเร่งลดลงไปหรือเปล่า อีกทั้งในส่วนของความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ จะอึกอัดคับแคบหรือไม่ 

ภาคิน สูง 182 ซม. น้ำหนักตัว 96 กิโลกรัม ค่อนข้างอวบ 555+ ใครอย่ามาว่าอ้วนนะครับ


วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

กันรอยเบ้าประตูรถยนต์ สำคัญหรือเปล่า?



        กันรอยเบ้าประตูรถยนต์ สำคัญหรือเปล่า?
        หลายคนอาจจะบอกว่าไม่เป็นไร ไม่มีรถก็ยังวิ่งได้ อันนี้ก็จริงครับ 555 แต่สำหรับภาคินนะมันทำให้รถเล็กๆ มันดูมีมิติขึ้นมาอีกนิดนึง 555 ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ  จริงๆแล้วประโยชน์ของมันก็มีครับคือ
        1. ทำให้เราจำรถตัวเองได้ เพราะหลายคันอาจไม่ติดเหมือนเรา อ่ะเน้อ
        2. กันรอยขีดข่วน จากกุญแจ เล็บ แหวน เป็นต้น
        3. ประหยัดตัง เมื่อไม่เป็นรอยเราก็ไม่ต้องเอารถไปทำสี ไปเคลือบใหม่
        4. รถดูมีมิติขึ้น แล้วแต่ความชอบ
        5. วัสดุตัดตั้งง่ายทำทำร้ายตัวรถ

        เพียงแค่ 5 ข้อนี้ ภาคินก็สั่งมาติดเลยครับ 555


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

รีวิว Celerio 100 ปี ราคาไม่ถึง 3 แสน




    การที่จะมีรถยนต์ป้ายแดงสักคัน หลายๆ คนคงคิดแล้วคิดอีกทบทวนหลายรอบถึงความคุ้มค่าและภาระค่าใช้จ่ายที่หลายๆ คนมี แล้วถ้ามีรถยนต์ป้ายรวมส่วนลดแล้ว ราคาไม่ถึง 3 แสนบาทละ! หลายๆ คนรีบบอกกันเลยทีเดียว 3 แสบบาทออกรถมือสองยังยากเลย 

    วันนี้ภาคินจะมาสาธยายสักเล็กน้อยก่อนที่จะไปจับไปจองเจ้า Celerio กับราคาค่าตัวไม่ถึง 3 แสนบาท 
จริงๆ เจ้ารถรุ่นนี้ภาคินได้หาข้อมูลไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีขายเสียอีก ตั้งแต่ที่มีข่าวว่าจะมีการเอารถไปขายที่อินเดียในราคาราวๆ 170,000-180,000.- บาท ในรุ่นเริ่มต้น แต่พอมาถึงพี่ไทย ราคาพุ่งไปที่ 363,000.- บาท ทำให้ต้องถอยหลังกลับบ้าน ไปมองรุ่น มิราเคิล ของค่าย มิซาลู (ขอเรียกแบบนี้นะครับ) ที่ราคาค่าตัวอยู่ราวๆ 380,000.- บาทในรุ่นเริ่มต้น แต่พระเจ้าไม่เข้าข้างครับ มิราเคิล ปรับปราคาในรุ่นเริ่มต้นปรับโฉมใหม่ไปที่ประมาณ 440,000.- บาท ส่วนต่างก็ยังเยอะอยู่ เลยใช้ Sunny B14 ไปก่อนอีกราวๆ 3 ปี 

    ต่อมาโชคเข้าข้างครับ เจ้า B14 เริ่มออกอาการด้วยอายุรถที่มากทุกอย่างก็เสื่อสภาพไปตามกาลเวลา ประจวบเหมาะกับ ค่ายซูฉลองครบรอบ 100 ปี ลดราคารถยนต์หลายรุ่น โดยรุ่น Celerio ที่เล็งไว้ราคาลดลงไปอีก 40,000 บาท พร้อมกับส่วนลดของแต่งอีก 10,000.- บาท เท่ากับว่าเราจะได้ลดราคาจากราคาเต็ม 363,000.- เหลือ 318,000.- บาท ก็เลยทำการติดต่อเซลล์ ซึ่งใจดีมาก ผมได้ลดเพิ่มอีก 20,000.- บาทต่างหากอีก เหลือราคาค่ารถก่อนผ่อนอยู่ที่ 298,000.- บาท เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เลยในตอนนั้น

    สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการออกรถนั้น ภาคินดาวน์รถที่ 20% (58,600) ผ่อน 60 งวด  งวดละ 4,895.- บาท 

    แต่หากคำนวณจากที่ทำสัญญาเช่าซื้อรวมดอกเบี้ย รวม VAT ทั้งหมด อยู่ที่ 293,700 + เงินดาวน์ 58,600.- ราคารวมรถทั้งหมดก็จะอยู่ที่ 352,300.- บาท 

    สำหรับเพื่อนคนไหนที่สนใจแต่ไม่มีเงินดาวน์ เค้าก็จะมีแบบผ่อนสบาย ดาวน์ 15,900.- (ส่วนมากจะไม่ต้องเตรียมเงินไปจะได้เป็นส่วนลดต้องคุยกับเซลล์ดีๆ) ผ่อน 84 เดือนสบายๆ ที่ 4,8036.- บาท



สำหรับรายละเอียดรถ Suzuki Celerio รุ่น GA MT ของภาคินได้ทำ คลิปไว้สามารถรับชมได้ใต้ข้อความนี้ครับผม



วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ติดตั้งจอวิทยุ 2DIN รถยนต์ รุ่น Celerio ด้วยตัวเอง

    วันนี้ภาคินจะมาแนำแนะเพื่อนๆ ที่กำลังจะติดวิทยุรถยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองที่อยากจะได้จอเอาไว้ดูทีวีในรถยนต์ ดูคลิปวีดีโอ เปิดเพลงฟังในรถกัน โดยวิทยุรถยนต์จะมี 2 แบบ คือ แบบ 1DIN คือจะมีแต่ตัววิทยุไม่มีจอกว้างๆ และแบบ 2DIN จะเป็นจอกว้างๆ ส่วนใครจะเลือกระบบธรรมดา หรือระบบ Androi ก็ว่ากันไป ลักษณะของวิทยุตามภาพด้านล่างนี้



อุปกรณ์และวัสดุที่ต้องใช้

    1.  วิทยุ 2DIN

    2. ปลั๊กวิทยุ เพื่อที่จะไม่ต้องตัดต่อสายไฟ

    3. ปลั๊กเสาอากาศ

    4. ชุดงัดคอนโซล รถยนต์

    5. ไขควงแฉก




    เริ่มจากการเปิดคอนโซล โดยใช้อุปรณ์งัดคอนโซลเพื่อไม่ให้ตัวรถเป็นรอย โดยจะมีจุดจัดหลักๆ 4 จุด ตามในคลิปนะครับ

 

    
หลังจากที่แะคอนโซนเรียบร้อยแล้วเราก็มาเริ่มทำการต่อสายไฟกันเลยต่อสายไฟตามภาพด้านล่างนี้ครับ



    จากนั้นก็ต่อสายอากาศ และทำกรทดสอบวิทยุ และประกอบกลับได้เลย โดยภาคินได้ทำคลิปตอนติดตั้งไว้ใต้ข้อความนี้นะครับ ต้องขออภัยด้วยเนื่องจากภาคินจะมีเวลาในการทำช่วงเย็นเท่านั้นภาพเลยออกมามืดหน่อยนะครับ